แชร์

เช็ควิธีรักษาโรคตับที่ได้ผล! โรคตับรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?

อัพเดทล่าสุด: 23 ก.ย. 2025
3389 ผู้เข้าชม

ตับเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก ทำหน้าที่หลายอย่าง เช่น กำจัดสารพิษ สร้างโปรตีน ควบคุมไขมัน และช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี หากตับทำงานได้ลดลงจะกระทบต่อร่างกายในหลายด้าน ปัจจุบันผู้ป่วยโรคตับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บทความนี้จะช่วยให้คุณมีความเข้าใจเกี่ยวกับอาการโรคตับ รู้จักสัญญาณเตือน วิธีรักษาโรคตับ วิธีรับมือ เพื่อดูแลตับให้แข็งแรง

อาการโรคตับ

โรคตับในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ หรือมีอาการไม่ชัดเจน หลายคนจึงไม่รู้ตัว แต่เราอย่าชะล่าใจ หมั่นสังเกตอาการเหล่านี้อยู่เรื่อย ๆ นะคะ ได้แก่

  • เหนื่อยง่าย เพลีย โดยไม่มีสาเหตุ
  • คลื่นไส้ เบื่ออาหาร
  • ปวดหรือแน่นบริเวณชายโครงขวา
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง
  • ท้องโต หรือบวมโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีอาการสับสน หลงลืม หรือหมดสติ (ในกรณีตับอักเสบเรื้อรังหรือตับแข็ง)

ถ้าเริ่มมีอาการเหล่านี้ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตับ จะช่วยให้วินิจฉัยได้ไวและเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงทีค่ะ

โรคตับหายขาดได้ไหม?

นี่เป็นคำถามที่หลายคนต้องการทราบ ซึ่งคำตอบขึ้นอยู่กับว่า "โรคตับที่เป็นนั้นคือชนิดใด" เพราะโรคตับแต่ละชนิดมีแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน อีกทั้งผลการรักษาก็ไม่เหมือนกันค่ะ ลองมาดูภาพรวมกันว่า โรคตับแบบไหนหายขาดได้ และแบบไหนที่ต้องดูแลอย่างต่อเนื่อง

  • ตับอักเสบเฉียบพลัน
    มักเกิดจากเชื้อไวรัสหรือสารพิษบางชนิด เช่น แอลกอฮอล์ หรือยาบางประเภท หากได้รับการวินิจฉัยเร็วและรักษาอย่างถูกต้อง ส่วนใหญ่สามารถหายขาดได้ และตับจะกลับมาทำงานได้ปกติอีกครั้ง
  • ตับอักเสบเรื้อรัง
    เช่น ไวรัสตับอักเสบ B หรือ C ผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมเชื้อไวรัสในร่างกายให้ไม่ลุกลาม ในบางรายที่รักษาอย่างสม่ำเสมอและตอบสนองดี อาจสามารถควบคุมไวรัสได้
  • ไขมันพอกตับ
    หากยังอยู่ในระยะเริ่มต้น และยังไม่มีพังผืดในตับ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย และควบคุมอาหาร สามารถช่วยให้ตับกลับมาแข็งแรงได้
  • ตับแข็ง
    เป็นภาวะที่เนื้อตับถูกทำลายไปแล้ว และเกิดพังผืดถาวร ซึ่งไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับมาเหมือนเดิมได้ แต่ยังสามารถชะลอความเสื่อม และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้ หากดูแลอย่างใกล้ชิด

ดังนั้น...การรู้เร็ว และเริ่มดูแลตับตั้งแต่ระยะเริ่มต้น คือหัวใจสำคัญของวิธีรักษาโรคตับค่ะ

พฤติกรรมแบบไหนที่ช่วยให้โรคตับดีขึ้น?

เมื่อรู้ตัวว่าเป็นโรคตับ หลายคนอาจรู้สึกวิตกกังวลไปก่อนว่า จะรักษาให้หายไหม หรือ จะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติหรือเปล่า? แม้บางชนิดของโรคตับจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ด้วยพฤติกรรมที่เหมาะสมในชีวิตประจำวัน ก็สามารถช่วยชะลอการเสื่อมของตับ ลดภาวะแทรกซ้อนได้ค่ะ

  1. งดแอลกอฮอล์ 100% โดยไม่มีข้อยกเว้น
    หากยังมีการดื่มแอลกอฮอล์อยู่ แม้เพียงเล็กน้อย ก็จะยิ่งไปทำร้ายเซลล์ตับเพิ่ม ให้เปรียบเทียบแอลกอฮอล์ เป็นสารพิษหลักที่ต้องผ่านตับเพื่อกำจัดออก และในขณะที่ตับอ่อนแออยู่ การดื่มเข้าไปอีกจะทำให้การอักเสบรุนแรงขึ้น จนอาจกลายเป็น ตับแข็ง หรือมะเร็งตับได้ในที่สุด
  2. นอนหลับให้พอ เพื่อให้ตับได้ซ่อมแซมตัวเอง
    การนอนน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือเข้านอนผิดเวลา จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่รบกวนระบบเผาผลาญ เสี่ยงต่อการเกิดไขมันพอกตับ และทำให้การฟื้นตัวของเซลล์ตับแย่ลง
    แนะนำให้นอนวันละ 68 ชั่วโมงต่อเนื่อง พยายามเข้านอนให้ตรงเวลา และหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์หรือทำกิจกรรมกระตุ้นสมองก่อนนอน
  3. ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม (แม้แค่นิดเดียวก็ช่วยได้)
    สำหรับผู้ป่วยโรคตับที่ยังพอมีแรง อาจเริ่มด้วยกิจกรรมเบา ๆ เช่น:

- เดินเร็ววันละ 2030 นาที

- ปั่นจักรยานอยู่กับที่

- โยคะยืดกล้ามเนื้อ

การออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยลดไขมันในตับ เพิ่มความไวต่ออินซูลิน ลดอาการอักเสบในร่างกาย และยังช่วยให้นอนหลับดีขึ้นอีกด้วย

อาหารที่ตับชอบ: เปลี่ยนมื้ออาหารให้เป็นยารักษา

"อาหาร" คือส่วนสำคัญของการดูแลตับแบบธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งยาในหลายกรณี โดยการเลือกอาหารที่เหมาะสมก็ถือเป็นหนึ่งในวิธีรักษาโรคตับ แบบพื้นฐานที่สุดที่ใครๆก็เริ่มทำได้ค่ะ เช่น

  • ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ขนมปังโฮลวีต
  • ผักใบเขียว บรอกโคลี ฟักทอง
  • ปลา ไข่ขาว เต้าหู้
  • ผลไม้ที่ไม่หวานจัด เช่น แอปเปิ้ล ฝรั่ง
  • น้ำเปล่า หรือชาเขียวไม่หวาน

ในขณะเดียวกันก็ควร หลีกเลี่ยงของทอด แอลกอฮอล์ อาหารมันจัด และหวานจัด เพราะสิ่งเหล่านี้อาจะทำให้เกิดภาวะไขมันพอกตับจนเกิดตับอักเสบหากรับประทานมากเกินไป

รักษาโรคตับอย่างไร? เมื่อถึงเวลาต้องพึ่งแพทย์เฉพาะทาง

ถ้าได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคตับแล้ว การติดตามอาการและรับวิธีรักษาโรคตับจากแพทย์เฉพาะทางด้านตับและระบบทางเดินอาหาร จะช่วยให้การรักษาได้ผลดีขึ้นอย่างมาก

การรักษาที่แพทย์อาจแนะนำ ได้แก่:

  • Fibroscan เพื่อตรวจพังผืดหรือไขมันพอกตับ
  • อัลตร้าซาวด์ช่องท้อง ดูขนาดตับและความผิดปกติภายใน
  • ให้ยาเฉพาะโรค เช่น ยาต้านไวรัส, ยาปรับค่าตับ
  • ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ A และ B
  • ตรวจส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร หากมีความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน
  • และในบางราย อาจพิจารณา ปลูกถ่ายตับ

ที่ พร้อมแพทย์คลินิก สุราษฎร์ธานี เรามีแผนกเฉพาะทางด้านตับและระบบทางเดินอาหาร ดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ให้บริการตรวจ วินิจฉัย และรักษาโรคตับอย่างครบวงจร สามารถเข้ามารับบริการและวินิจฉัยได้ ตามรายละเอียด ดังนี้ค่ะ

วัน-เวลาทำการ : จันทร์ ศุกร์ เวลา 17.00 19.30 น. และเสาร์ อาทิตย์ เวลา 08.30 12.00 น.

สถานที่ : 4/49 หมู่ที่ 2 ถ.ศรีวิชัย 39 ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี 84000 (ตรงข้ามตลาดศรีราชา)

โทร : 069-645-5565 หรือ 091-461-9130


บทความที่เกี่ยวข้อง
อาการโรคตับเริ่มแรก
ตับเป็นอวัยวะที่ความสำคัญมาก ตับไม่เพียงช่วยกำจัดสารพิษและของเสียออกจากร่างกาย แต่ยังผลิตน้ำดีที่ช่วยในการย่อยอาหาร รวมถึงควบคุมการเผาผลาญพลังงานอีกด้วย แต่ถึงอย่างนั้น ตับก็เป็นอวัยวะที่เงียบมาก หรือก็คือ อาการเริ่มต้นของโรคตับมักจะไม่แสดงอาการ เราอาจดำรงชีวิตไปตามปกติ โดยไม่รู้เลยว่าตับมีความผิดปกติ
28 มี.ค. 2025
แนะนำอาหารลดไขมันพอกตับ
“ไขมันพอกตับ” เป็นภัยเงียบ เนื่องจากภาวะนี้ผู้ป่วยมักไม่มีอาการในระยะแรก ส่วนใหญ่มักตรวจพบค่าตับผิดปกติตอนตรวจสุขภาพประจำปี
26 ส.ค. 2025
มะเร็งตับ
ทุกปีมีคนไทยเสียชีวิตจากมะเร็งตับ กว่า 26,000 ราย และปัจจุบันมีแนวโน้มตรวจพบมะเร็งตับเพิ่มขึ้น อัตราการรอดชีวิตของโรคนี้ต่ำ ประมาณ 10-12%
24 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy