แชร์

ติดเชื้อทางเดินอาหารเกิดจากอะไร? สาเหตุและวิธีรักษาที่ถูกต้อง

อัพเดทล่าสุด: 21 ก.ค. 2025
8891 ผู้เข้าชม

"ปวดท้อง" เป็นอาการที่หลายคนมักจะเป็นอยู่บ่อย ๆ แต่หากมีอาการอื่นร่วมด้วยอย่างเช่น อาเจียน ท้องเสีย หรือ มีไข้
อาจเป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่าคุณกำลัง ติดเชื้อทางเดินอาหาร ก็เป็นได้

บทความนี้จะทำให้คุณรู้ถึงสาเหตุของการติดเชื้อทางเดินอาหาร รวมถึงวิธีการรักษาและป้องกัน เนื่องจากประเทศไทยมีสภาพอาการแบบร้อนชื้น โอกาสที่เชื้อโรคจะเติบโตในอาหารและน้ำนั้นจึงเกิดขึ้นได้ง่ายครับ

ติดเชื้อทางเดินอาหาร คืออะไร?

ติดเชื้อทางเดินอาหาร หรือ Gastroenteritis คือ ภาวะที่ระบบทางเดินอาหารเกิดการอักเสบ โดยเฉพาะที่กระเพาะอาหารและลำไส้ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการดังต่อไปนี้

  • ปวดท้อง อาจปวดแบบบิดๆ บางครั้งอาจมีอาการปวดรุนแรงได้
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ท้องเสีย ถ่ายเหลว
  • เบื่ออาหาร
  • มีไข้ ตัวร้อน หนาวสั่น
  • ร่างกายอ่อนเพลีย แขนขาไม่มีแรง

ส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นเองใน 1-3 วัน แต่มีอาการรุนแรงหรือนานเกินไป ต้องรีบไปพบแพทย์ เพราะอาจขาดน้ำหรือมีอาการโรคแทรกซ้อนอื่นตามมาได้ครับ

สาเหตุของการติดเชื้อทางเดินอาหาร

โดยส่วนมากเป็นการติดเชื้อที่มาจากอาหาร น้ำ หรือ สภาพแวดล้อม ซึ่งตัวเชื้อโรคสามารถแบ่งหลักๆ เป็น 3 ประเภท ได้แก่

  1. เชื้อไวรัส : เป็นสาเหตุของการติดเชื้อทางเดินอาหารที่พบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะในเด็กเล็ก
ตัวอย่างเชื้อไวรัส
โนโรไวรัส (Norovirus)
- แพร่กระจายได้รวดเร็ว มักเกิดการระบาดในชุมชนหรือสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกัน
- อาการเด่น: คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง
- สามารถติดต่อผ่านการสัมผัส หรือการใช้สิ่งของร่วมกัน
โรต้าไวรัส (Rotavirus)
- พบได้บ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี
- ก่อให้เกิดท้องเสียรุนแรง และอาจเกิดภาวะขาดน้ำได้
- มีวัคซีนป้องกันสำหรับเด็กเล็ก
 
2. เชื้อแบคทีเรีย : อาการจากเชื้อแบคทีเรียมักจะรุนแรงกว่าไวรัส
ตัวอย่างเชื้อแบคทีเรีย
ซัลโมเนลลา (Salmonella)
- พบได้บ่อยในอาหารที่ไม่ได้ปรุงสุก เช่น ไข่ดิบ เนื้อสัตว์
- อาการ: ไข้สูง ปวดท้องรุนแรง ท้องเสีย
- ระยะฟักตัวประมาณ 8-72 ชั่วโมง
อีโคไล (E. coli)
- สามารถปนเปื้อนในผักสด น้ำที่ไม่สะอาด
- บางสายพันธุ์อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง
- อาการอาจรวมถึงท้องเสียปนเลือด
แคมไพโลแบคเตอร์ (Campylobacter)
- มักพบในเนื้อสัตว์ปีก โดยเฉพาะไก่ที่ไม่ได้ปรุงสุกทั่วถึง
- อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ร่วมกับท้องเสีย
- อาจก่อให้เกิดการอักเสบข้อในบางกรณี
 
3. เชื้อปรสิต : พบได้น้อยกว่า แต่อาจก่อให้เกิดอาการเรื้อรัง
ตัวอย่างเชื้อปรสิต
จีอาร์เดีย (Giardia lamblia)
- ติดต่อผ่านน้ำที่ปนเปื้อน
- ก่อให้เกิดท้องเสียเรื้อรังและการดูดซึมสารอาหารไม่ดี
- อาการอาจยืดเยื้อหากไม่ได้รับการรักษา
อะมีบา (Entamoeba histolytica)
- สามารถก่อให้เกิดแผลในลำไส้ใหญ่
- ในบางกรณีอาจแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น เช่น ตับ

 

การติดต่อของเชื้อ

ในความเป็นจริงเชื้อโรคอยู่ทุกที่ และ สามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง ไม่ว่าจะเป็น
  • การรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ
  • การใช้ช้อน ส้อม แก้วน้ำ หรือสิ่งของร่วมกับผู้ป่วย
  • การไม่ล้างมือก่อนกินอาหารหรือหลังเข้าห้องน้ำ
  • การสัมผัสสิ่งปนเปื้อน เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได หรือพื้นผิวต่างๆ
สิ่งสำคัญคือ เราต้องหมั่นรักษาความสะอาด หลังจากหยิบจับอะไรก็ควรล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์ให้เรียบร้อย จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินอาหารได้เป็นอย่างมาก
 

หากติดเชื้อทางเดินอาหาร ควรไปพบแพทย์เมื่อไหร่?

สัญญาณที่บอกว่าคุณควรรีบไปพบแพทย์ ได้แก่
  • มีอาการอาเจียนมาก จนไม่สามารถดื่มน้ำหรือกินอาหารได้เลย ซึ่งอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำอย่างรวดเร็ว
  • มีอาการท้องเสีย ถ่ายเหลวมากกว่า 6 ครั้งต่อวัน อาจเสี่ยงต่อภาวะเสียสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย
  • ถ่ายเป็นมูกเลือด หรือมีไข้สูงเกิน 38.5 องศา เพราะอาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อที่รุนแรง เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิดที่ต้องได้รับยารักษาเฉพาะ
  • อาการยังไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง หลังจากรับประทานยาบรรเทาอาการเบื้องต้น
 
คนที่มีอาการท้องเสีย ปวดท้อง หรือมีปัญหาของระบบทางเดินอาหารบ่อย ๆ ควรเข้ามาปรึกษาแพทย์ระบบทางเดินอาหาร เพื่อค้นหาความผิดปกติภายในร่างกาย การตรวจที่ละเอียดขึ้นจะช่วยให้รักษาได้ทันท่วงที และลดความเสี่ยงของโรคร้ายแรงในอนาคตได้ครับ
พร้อมแพทย์คลินิก มีคุณหมอระบบทางเดินอาหาร และคุณหมอตรวจอัลตร้าซาวด์ คอยให้คำปรึกษาและดูแลอย่างใกล้ชิด หากใครกังวลเกี่ยวกับสุขภาพ และกำลังมองหา คลินิกเฉพาะทางสุราษ สามารถแวะมาตรวจได้เลยนะคะ สามารถเข้ารับบริการได้ในวันและช่วงเวลาด้านล่าง:
  • จันทร์ - ศุกร์ เวลา 17.00 - 19.30 น.
  • เสาร์ - อาทิตย์ เวลา 08.30 - 12.00 น.
ที่อยู่ : 54/49 หมู่ที่ 2 ถ.ศรีวิชัย 39 ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี 84000 (ตรงข้ามตลาดศรีราชา)
โทร: 069-645-5565 หรือ 091-461-9130


บทความที่เกี่ยวข้อง
อาหารไม่ย่อยอันตรายไหม
อาการอาหารไม่ย่อย คือสภาวะที่ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ คลื่นไส้ อาเจียน และรู้สึกอิ่มเร็วผิดปกติ อาการมักจะเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว อาจดีขึ้นและหายไปเองเมื่อเวลาผ่านไป แต่หากเป็นเรื้อรังอาจก่อให้เกิดโรคและการเจ็บป่วยในระบบทางเดินอาหารที่รุนแรงได้
23 มิ.ย. 2025
H.pylori เชื้อแบคทีเรียร้าย สาเหตุมะเร็งกระเพาะอาหาร
เชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori หรือ H.pylori อาศัยอยู่ที่เยื่อบุกระเพาะอาหาร เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง โรคแผลในกระเพาะอาหาร และมะเร็งกระเพาะอาหาร การหาตรวจเชื้อแบคทีเรีย H.pylori ทำได้โดย การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้น หรือ การตรวจผ่านลมหายใจ ที่เรียกว่า urea breath test
11 ม.ค. 2025
กรดไหลย้อน
คนไทยวัยทำงานป่วยเป็นโรคกรดไหลย้อนกันมากขึ้นและมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุส่วนใหญ่มักมาจากพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม มาดูกันค่ะว่าโรคกรดไหลย้อนคืออะไร และมีแนวทางการป้องกันรักษาอย่างไรบ้าง
2 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy